MAINSTORY my interview day

posted on 23 Apr 2009 13:22 by shokora

    "โรงเรียนลูกบาศก์ .. หรอ .." ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง

    บนประเทศนี้ มีโรงเรียนไหนที่ชื่อแปลกกว่านี้อีกไหมเนี่ย -_-;;

    ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในหอประชุมของโรงเรียนลูกบาศก์ เจ้าหน้าที่กำลังอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบสัมภาษณ์(แปลกๆ)อยู่ บรรยากาศรอบๆดูน่ากลัวมากๆเลย ทุกคนดูเครียดกันมากถึงมากที่สุด บางคนเริ่มร่างแผนการสัมภาษณ์จนดูเหมือนเค้ากำลังสร้างโลกใบที่สองเลย -.-;;

    ซักพักเจ้าหน้าที่ก็ปล่อยตัวให้เด็กนักเรียนออกไปเริ่มทำการสัมภาษณ์ นักเรียนส่วนมากก็เริ่มทยอย(?)กันไปยืนเบียดอยู่ตรงหน้าประตู แต่ฉันยังไม่อยากไปยืนอยู่ตรงนั้น ยิ่งตัวสูงๆอยู่ หึหึ -..-

    ในระหว่างที่นั่งรอให้คนทยอยออกไป ฉันก็เริ่มค้นดูของข้างในกระเป๋าของตัวเอง มันคงดูแปลกสินะที่จะมานั่งค้นกระเป๋าของตัวเองแบบนี้ แต่เพราะว่าฉันไม่ได้เป็นคนจัดกระเป๋าเองน่ะสิ ถึงได้อยากรู้ว่าในกระเป๋ามีอะไรอยู่บ้าง

    สิ่งแรกที่หยิบได้ก็คือ กล่องข้าว! เอ๋? บนกล่องข้าวมีกระดาษแปะอยู่ด้วยอะ ลองอ่านหน่อยดีกว่า

 

    พอฉันรู้ว่าคุณแม่เอาเครื่องอัดเสียงใส่ในกระเป๋ามาให้ ฉันก็เริ่มเอามือค้นลงไปในกระเป๋าและก็ปรากฏว่า มันมีอยู่จริงๆด้วย แถมมีสายเอาไว้ห้อยคออีกต่างหาก จะรอช้าอยู่ใยรีบหยิบมันขึ้นมาสวมคอทันที แม่ของเรานี่ยอดเยี่ยมที่สุดเลย >O<~




    ปฏิบัติการที่ 1 (09:15 น.)

    ในขณะที่ฉันเลือกที่จะหาคนสัมภาษณ์ตรงบริเวณหอประชุม คนส่วนใหญ่เลือกที่จะลงไปข้างล่างกันมากกว่า ทำให้บริเวณที่ฉันกำลังเดินสำรวจอยู่นั้น เงียบเหงาไม่ใช่น้อย ยิ่งเดินเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกว่า สิ่งที่ตัวเองกำลังเลือกทำอยู่ตอนนี้ มันถูกรึเปล่าน้า ?

    โคร่ม !

    เสียงๆหนึ่งดังขึ้น ฉันหันไปมองต้นทางของเสียง... ภาพที่ฉันเห็นก็คือโนบิตะ เฮ้ย! ผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งจับกบกับพื้นอยู่แถวบันได และบังเอิญว่ามีปากกาแท่งหนึ่งกลิ้งมาทางฉัน มันคงจะเป็นปากกาของผู้ชายคนนั้นแน่ๆเลย ฉันก็เลยหยิบมันขึ้นมาแล้วนำไปส่งให้ผู้ชายคนนั้น พร้อมกับพูดว่า

    "ปากกาค่ะ" ฉันยิ้มหวานขณะยื่นปากกาให้เขา

    "ขะ.. ขอบคุณครับ" เขาพูดตะกุกตะกักพร้อมกับรับปากกาไป

    ฉันลองมองหน้่าผู้ชายคนนั้นอีกทีชัดๆ มันทำให้นึกถึงความคิดแว๊บแรกในหัว นี่แหละโนบิตะของแท้เลย =O=;; แต่ทำไมโนบิตะถึงได้สูงอย่างนี้เนี่ย !? (เขาไม่ได้สูงหรอก เธอนะเตี้ย!)

    "ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหมคะ" ฉันถาม

    "ครับ" เขาลุกขึ้นปัดกางเกงของตน

    พอเขาปัดกางเกงเสร็จ เขาก็เงยหน้าขึ้นมามองฉัน ผู้ให้ความช่วยเหลือ(อันน้อยนิด)แก่เขา ใช่แล้ว เราสบตากัน และสภาพก็เป็นเช่นนี้

    "=O=;;" (สีหน้าของเขา)

    "( *O* )" (และนี่ สีหน้าของฉัน)

    ที่ฉันทำหน้าทำตาอย่างนั้นก็เพราะ สายตาอันยอดเยี่ยมของฉัน มันไปสังเกตเห็นเข็มโรงเรียนลูกบาศก์ที่อยู่บนเสื้อของเขาน่ะสิ ฉันเลยแสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้าไปหน่อย ส่วนพี่ผู้ชายคนนั้น เขามองฉันด้วยสีหน้าดูผวาๆแปลกๆ เขากลัวฉันหรืออะไรกันนะ ?

    "จะเป็นการรบกวนรึเปล่าคะ ถ้าหากว่าจะขอสัมภาษณ์ในตอนนี้" ฉันเริ่มบู๊ก่อน

    "มะ.. ไม่ครับ ก็มันเป็นหน้าที่ -_-;;" เขายังคงมีท่าทีกลัวนิดๆ (มันจะใช่กลัวรึเปล่านะ?)

    "อ๋า~ จริงด้วยสิ"

    ฉันควานหาปากกาในกระเป๋า แล้วเขียนบนมือว่า 9:22 พี่โนบิตะ พอเขียนเสร็จก็เอาไปเหน็บไว้แถวปกเสื้อ และกดเครื่องอัดเสียงที่ห้อยอยู่กับคออย่างรวดเร็ว

    "งั้นเริ่มเลยนะ.. หนูชื่อชัญญา บาร์เรร่า ชื่อเล่นชื่อโชโกะค่ะ" ฉันแนะนำตัว

    "ครับ พี่ชื่อสืบสาน กาลวารินทร์ เรียกว่าพี่สานก็ได้นะ"

    "เดี๋ยวพี่ช่วยเขียนชื่อและนามสกุล ลงบนมือให้หน่อยได้ไหมคะ ?" ฉันยื่นมือให้เขา

    "บนมือหรอครับ? -_-;;" พี่สานถามพร้อมกับสีหน้าที่ดูลำบากใจ

    "อ๊ะ! งั้นเขียนบนนี้ละกันค่ะ"

    ฉันรีบหยิบสมุดออกมาจากกระเป๋าและส่งไปพร้อมกับปากกาให้พี่สาน เขารับไปเขียน เมื่อเขียนเสร็จเขาก็ส่งกลับคือมา ฉันรับคืนมาและยิ้มให้กับพี่เขาแทนการขอบคุณ

    "แล้วนี่พี่สานกำลังจะไปไหนหรอคะ?" ฉันถามต่อ

    "ห้องสมุดครับ" พี่สานตอบ

    "อ่า.. งั้นพวกเราเดินไปสัมภาษณ์ไปด้วยดีไหมคะ?"

    "ก็ดีนะ" เขาเห็นด้วย

    และเราก็เริ่มเดินไปที่ห้องสมุดกัน มันอาจจะดูแปลกสำหรับการสัมภาษณ์ แต่มันเป็นสิ่งที่ส่งผลดีให้กับเราทั้งคู่ ฉันได้สัมภาษณ์ และพี่สานก็ได้ไปห้องสมุดอย่างที่เขาตั้งใจ มันก็คงจะไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง ?

    "อื้มมมม... พี่สานคงจะชอบอ่านหนังสือสินะคะ" ฉันพูดขึ้น

    "ใช่ครับ แต่ก็ชอบสะสมด้วย" พี่สานยิ้มน้อยๆ

    "งั้นหรอคะ... แล้วแนวที่ชอบอ่านหละคะ?" ฉันถามต่อ

    "เป็นพวกแฟนตาซี กับผจญภัยครับ" เขาพูดพลางขยับแว่นตาให้เข้าที่

    "ดีจังนะคะ การที่เป็นคนรักการอ่านเนี่ย" ฉันพูดขึ้น

    พี่สานหันมามองหน้าฉันพร้อมกับสีหน้าสงสัยของเขา ดังนั้นฉันจึ่งเริ่มร่ายยาว

    "คือหนูเนี่ยเป็นคนที่ไม่ค่อยถูกกับตัวหนังสือเอามากๆ มันก็อ่านได้แหละค่ะ แต่ต้องใช้เวลาเยอะพอสมควรเลย จะสอบแต่ละครั้งนี่ปางตายเลยหละ ต้องอ่านหนังสือก่อนหน้าคนอื่นเขาหลายเดือนหน่อย หนังสือที่อ่านได้ก็คงเป็นพวกหนังสือการ์ตูนเท่านั้นแหละคะ"

    "การที่อ่านหนังสือการ์ตูนได้เนี่ย ผมว่ามันก็ดีในระดับหนึ่งน่ะนะ" พี่สานพูด

    "งั้นหรอคะ.."

    "แต่ถ้าอยากลองอ่านมากขึ้น ผมแนะนำว่า..."

    พี่สานแนะนำวิธีต่างๆให้กับฉันด้วยคำพูดและท่าทางที่ดูเชื่อถือมาก จนดูเหมือนกับว่าถ้าหากพี่เขาไปเปิดสถาบันปลูกฝังการรักการอ่านในอนาคต คงมีหลายๆครอบครัวยอมเสียตังค์ส่งลูกมาเข้าสถาบันนี้แน่ๆ ซึ่งครอบครัวของฉันอาจจะเป็นหนึ่งในนั้นด้วย!

    "มันน่าจะช่วยได้บ้างแหละครับ ไม่มากก็น้อย"

    "แล้วจะลองดูนะคะ!" ฉันพูดพร้อมทำท่าทางฮึดสู้

    พี่สานหัวเราะเล็กน้อยกับท่าทางของฉัน และพยักหน้ารับรู้

     และแล้วพี่สานก็หยุดเดิน เลยทำให้ฉันรู้ว่าเราได้มายืนอยู่ที่ข้างหน้าของห้องสมุดแล้ว ถ้าหากเราเข้าไปสัมภาษณ์ในห้องสมุด มันอาจจะเป็นการรบกวนผู้อื่นที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ข้างในก็เป็นได้ ทำให้ฉันตัดสินใจที่จะจบการสัมภาษณ์เพียงเท่านี้

    "วันนี้หนูสนุกมากค่ะ และหวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะคะ" ฉันเริ่มกล่าวคำอำลา

    "เช่นกันนะครับ" พี่สานยิ้มอีกครั้ง

    "อ่านหนังสือให้สนุกนะคะ ขอบคุณและบ้ายบาย ~" ฉันโบกมือลา

    "สวัสดีครับ"

    พี่สานพูดพร้อมผงกหัวเล็กน้อยก่อนที่จะหันหลังเดินไปทางห้องสมุด และทันใดนั้น! ฉันก็นึกอะไรแผลงๆขึ้นมา ฉันจึงพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างดังบวกกับสีหน้าจริงจังว่า

    "ผู้หญิงในเสป็กของพี่สานเป็นยังไงหรอคะ!!!"

    "... เอ่อ ..." พี่สานหันกลับมามองหน้าฉันพร้อมกับสีหน้าที่เหวอๆเล็กน้อย

    "หนูล้อเล่นนะ" และฉันก็วิ่งออกมาจากจุดนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

 

    ปฏิบัติการที่ 2 (09:57น.)

     ในขณะที่ฉันกำลังเดินไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดมุ่งหมาย ฉันก็หยิบกระดาษในมือขึ้นมาเพื่อทบทวนอีกรอบว่าจะต้องสัมภาษณ์ใครอีก ตอนนี้ก็เหลือ ครู บุคลากร และนักเรียนรุ่นแรกที่เป็นผู้หญิงสินะ แต่แล้ว..

    ตุ้บ..

    ศีรษะฉันก็ชนเข้ากับอะไรบางอย่าง

    "อ๋า าา ~ ขอโทษค่ะ +_+" เจ็บหัวจังๆ

    พอฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง สิ่งที่ฉันเห็นก็คือต้นไม้... ? เยี่ยมจริงๆ ฉันขอโทษสิ่งที่ไม่มีชีวิตอีกแล้วหรอเนี่ย -_-;; ฉันก็เป็นคนแบบนี้แหละนะ ด้วยความที่ว่าฉันถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กให้พูดขอบคุณและขอโทษให้ติดปาก เวลาที่เราไปซื้อของเราก็ต้องพูดขอบคุณคนที่ขายหรือช่วยแนะนำเรา เวลาที่เราเดินไปชนใครหรือมีใครมาชนเรา เราก็ต้องขอโทษเขา ถึงในบางเรื่องฉันจะไม่ชอบก็เหอะ แต่ฉันก็ต้องทำเพราะมันติดปากไปแล้วนี่สิ! และล่าสุด ฉันก็พึ่งจะไปขอโทษเสาในห้างใหญ่ๆมา และนี่ต้นไม้อีก น่าอายที่สุดเลยย

    ฉันเริ่มตั้งสติและเดินต่ออีกครั้ง

    ฉันหยิบกระดาษขึ้นมาดูอีก คนต่อไปงั้นหรอ คนต่อไป เป็นครูก็แล้วกัน.. ว่าแต่พวกครูส่วนมากเขาจะอยู่ที่ไหนกันน้าๆ นึกสิๆ

    ตุ้บ!

    ฉันชนอะไรบางอย่างเข้าอีกแล้ว คราวนี้มันต้องเป็นต้นไม้อีกแน่เลย ฉันจะไม่ขอโทษมันอีกแล้ว! ฉันเริ่มตั้งสติและเดินต่ออีกครั้ง แต่พอมานึกๆดู ตอนที่ฉันชนมันให้ความรู้สึกนิ่มกว่าตอนที่ชนต้นไม้ครั้งแรกมาก มันทำให้ฉันเข้าใจทันทีว่า ที่ฉันชนไปเมื่อกี้ ไม่ใช่ต้นไม้! ฉันหันหลังและรีบวิ่งไปหาผู้หญิงผมยาวที่เดินอยู่คนเดียวในบริเวณนั้น

    "หนูขอโทษค่ะ หนูขอโทษ หนูขอโทษจริงๆนะคะ" ฉันรีบยกมือขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่

    "มะ ไม่เป็นไรจ๊ะ พอก่อนนะๆ" เธอมีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย

     ...

    "อืม.. ครูเข้าใจจ๊ะ เลิกขอโทษครูได้แล้วนะ"

    "หนูขอโทษจริงๆนะคะ ครู~"

    หลังจากที่ฉันขอโทษเธอเป็นการใหญ่ เธอก็ได้พาฉันเขามานั่งในสวนอะไรซักอย่าง และก็ถามว่าทำไมฉันถึงดูรู้สึกผิดขนาดนั้น และฉันก็ได้เล่าถึงเหตุผลทั้งหมดให้เธอฟัง

    "เอ่อ.. ครูคะ!!!"

    "จ๋า"

    "คือว่า.. หนูจะขอสัมภาษณ์ครูได้ไหมคะ"

    เธอยิ้ม..น่ารักจังเลย >_<~

    "ได้สิจ๊ะ"

    ฉันหยิบปากกาขึ้นมาเขียนบนมือของฉันอีกครั้งว่า 10:20 ครูโมเอ๊ ~ กดเครื่องอัดเสียง และหยิบปากกาและสมุดออกมา ในขณะที่เธอมองฉันด้วยสายตาตื่นตกใจเล็กน้อย

    "เตรียมพร้อมดีจัง" ครูพูดขึ้น

    "แฮะๆ... หนูชื่อชัญญา บาร์เรร่า ชื่อเล่นชื่อโชโกะค่ะ" ฉันแนะนำตัวเป็นรอบที่สองของวัน

    "แล้วครูชื่ออะไรหรอคะ?" ฉันถามต่อ

    "เรียกครูว่า ครูกฤตก็แล้วกันนะ" เธอแนะนำตัวสั้นๆ

    "หนูอยากได้ชื่อจริงและนามสกุลของครูด้วยน่ะคะ ช่วยเขียนลงบนสมุดนี่ให้หน่อยนะคะ" ฉันพูดพร้อมกับยื่นสมุดและปากกาไปให้เธอ

    เธอรับไปแล้วถามต่อว่า

    "ให้ครูเขียนตรงไหนเอ่ย?"

    "ตรงไหนก็ได้ค่ะ ^_^" ฉันตอบ

    "เสร็จแล้วจ้ะ" เธอก็ส่งกลับคืนมา

    อืมม.. ครูกฤตกาญจน์ที่แสนน่ารักคนนี้ เธอจะสอนวิชาอะไรกันน้า ลองถามดูดีกว่า

    "ครูกฤตสอนวิชาอะไรหรอคะ?" ฉันทำท่าเตรียมจะจดชื่อวิชา

    "ครูสอนวิชาคหกรรมจ้ะ" เธอพูดพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้กับฉัน

    เอ๊อะ.. =A=;;;;

    "แล้วแนวการสอนของครูเป็นยังไงหรอคะ?"

    "ครูจะสอนเรื่องของพื้นฐานของการทำอาหารทั้งหมด และก็จะเน้นปฏิบัติมากกว่าจ้ะ"

    ฉันหน้าเหวอ -O-;; ฉันเป็นคนที่ไม่มีฝีมือทางด้านการทำอาหารเลยแม้แต่นิดเดียว(กินได้อย่าง เดียว) แค่ต้มมาม่าและทอดไข่เองเป็นก็เจ๋งแล้ว แล้วนี่ต้องมานั่งเรียนปฏิบัติทุกสัปดาห์ ฉันต้องตายแน่ๆเลยๆ

    "มีอะไรรึเปล่าจ๊ะ?" เธอถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเล็กๆ

    "ไม่เป็นอะไรค่ะๆ" ฉันตอบ

    "มันจำเป็นต้องเรียนทุกคนรึเปล่าคะ?" ฉันถามต่อ

    "ไม่จ๊ะ มันเป็นวิชาเลือก จะเรียนหรือไม่เรียนก็ได้นะ"

    เฮ้อ ~ รู้สึกโล่งใจ >_<

    "นอกจากสอนแล้ว มีกิจกรรมอย่างอื่นในการสอนด้วยรึเปล่าคะ"

    "มีนิดๆหน่อยนะจ๊ะ อย่างทัศนศึกษา และก็งานออกร้านทำอาหารนะ" เธอพูดพลางชูนิ้วชี้ขึ้น

    "มันเป็นยังไงหรอคะ สองกิจกรรมนี้?"

    "ถ้าเป็นทัศนศึกษา ครูก็จะพานักเรียนไปเที่ยวทัวร์ทานอาหารอร่อยๆกันนะ ส่วนงานออกร้านทำอาหารครูก็จะให้นักเรียนทำอาหารมาขายในวันงานโรงเรียนนะ จ๊ะ"

    "ดูน่าสนใจเหมือนกันนะคะเนี่ย" ฉันหมายถึงเรื่องกินนะ =w=

    "ถ้าหากชอบและอยากทำอาหารก็ลองเลือกวิชาเลือกของครูดูนะจ๊ะ" เธอพูดขึ้น

    เอ๊อะ.. คำพูดนั้นของครูกฤตทำให้ฉันรู้สึกแย่เหลือเกิน T~T

    "แล้วจะลองเอาไปคิดดูค่ะ"

    "ขอบคุณมากค่ะครูกฤต" ฉันยกมือไหว้ขอบคุณเธอ

    "จ้ะๆ มีเรื่องสงสัยอะไร ไปหาครูได้ที่ห้องคหกรรมนะจ๊ะ" เธอพูดพร้อมกับลุกขึ้น

    ฉันลุกขึ้น พนมมือไหว้เธอพร้อมกับพูดสวัสดี เธอยิ้มรับและค่อยๆเดินจากไป

 

 

    ปฏิบัติการที่ 3 (10:45น.)

    แชะ! แชะ! แชะ!

    เสียงกดชัตเตอร์เป็นจังหวะดังขึ้น ในบริเวณสวนกลาง

    ฉันหันไปมองทางต้นเสียงด้วยความสนใจ สิ่งที่ฉันพบก็คือผู้ชายคนหนึ่งกำลังถ่ายรูปอยู่ มันคงจะไม่แปลกอะไร ถ้าหากเขาและกล้องของเขาไม่ได้กำลังหันมาทางนี้ !!

    ฉันยืนมองชายหนุ่มที่ถือกล้องคนนั้นด้วยร้างที่ไร้จิตซักพัก ก่อนที่จะนึกขึ้นมาได้ว่า [กล้อง=ถ่ายรูป=แอ๊บแบ๊ว] ดังนั้นฉันจึงชูสองนิ้วสู้ตายขึ้นและยิ้มกว้างให้กับกล้อง

    แชะ!

    'ถ่ายจริงด้วยแฮะ ..' ฉันคิดในใจ

    "สวัสดีครับ" เขาลดกล้องในมือลงและกล่าวทักทายฉันพร้อมกับรอยยิ้ม

    "สวัสดีค่ะ... คุณครู" ฉันยกมือไหว้เขา

    "พี่ไม่ใช่ครูหรอกครับ เป็นช่างกล้องน่ะ"

    "....." ฉันยืนเงียบใช้ความคิด 'ช่างกล้องนี่เป็นบุคลากรพิเศษรึเปล่านะ? แล้วบุคลากรพิเศษนี่มันเป็นยังไงอะ จำพวกภาโรงรึเปล่านะ? หรือไม่ใช่? แล้วมันยังไงกันหละ?'

    "เป็นบุคลากรพิเศษครับ"

    ก่อนที่่ความคิดในสมองของฉันจะตีกันตายเขาก็ได้ตอบคำถามที่ฉันต้องการขึ้น มันเหมือนกับว่าเขาสามารถอ่านใจของฉันได้ยังไงอย่างนั้นเลย

    "อ๋ออออ" ฉันพูดพร้อมชูนิ้วชี้ขึ้น

    "หนูยังไม่ได้สัมภาษณ์บุคลากรพิเศษพอดีเลย งั้น..."

    "เชิญครับ ^_^"

    ฉันเริ่มทำการเตรียมตัวสัมภาษณ์เหมือนเดิมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเขียนเตือนความจำบนมือว่า 10:52 พี่กล้อง กดเครื่องอัดเสียง แนะนำตัว และขอให้พี่เขาเขียนชื่อจริงและนามสกุลบนสมุดที่เตรียมมา

    "ทำไมพี่พุดถึงเลือกทำงานนี้หละคะ" ฉันเริ่มหาเรื่องคุย

    "คงเป็นเพราะเรียนตรงมาทางด้านนี้นะครับ" พี่พุดตอบ

    "และก็รักด้วย.. ใช่ไหมคะ ^U^" ฉันพูด

    "ครับ" เขาพูดพลางยิ้มและพยักหน้า

    พอพูดถึงเรื่องกล้อง รูปถ่าย และการถ่ายภาพทีไร มันทำให้ฉันอดที่จะนึกถึงหน้าคุณปู่ไม่ได้เลย เพราะว่าปู่ของฉันนั้นรักการถ่ายรูปมาก จำได้ว่าไปเยี่ยมปู่และย่าทีไร ฉันก็จะโดนคุณปู่จับถ่ายรูปอยู่เรื่อยเลย พอนึกอย่างนั้นแล้ว ปากของฉันก็ยิ้มออกมาเองโดยที่ไม่รู้ตัว

    "...มีอะไรหรอครับ" พี่พุดถาม

    "ป่าวค่ะๆ" ฉันตอบปฏิเสธไป ถึงแม้สีหน้าของฉันจะบ่งบอกแค่ไหนก็ตาม

    "แล้ว.. วันนี้ถ่ายรูปอะไรไปบ้างคะ" ฉันเข้าเรื่อง

    "ก็.. เป็นรูปบรรยากาศการสอบสัมภาษณ์ทั่วๆไปน่ะครับ ถ้าอยากดูบอกได้นะ"

    "อ่าา.. ไม่เป็นไรค่ะ"

    "แล้วพี่พุดคิดว่าบรรยากาศของโรงเรียนในวันนี้เป็นยังไงหรอคะ" ฉันถามต่อ

    "ก็ดีนะครับ เป็นบรรยกาศใหม่ๆที่ไม่เคยเห็นในโรงเรียนนี้น่ะ น่าถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกดีครับ" เขายิ้ม

    ฉันพยักหน้า

    .....

    และแล้วความเงียบก็ครอบงำเราทั้งคู่ ตัวฉันเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรถามอะไรและควรทำอะไรต่อไปดี ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกผิด เพราะตัวเองเป็นคนขอสัมภาษณ์แท้ๆ แต่กลับไม่รู้ว่าจะสัมภาษณ์อะไร..

    "ขอบคุณนะคะที่สละเวลาอันน้อยนิดให้ หนูขอโทษนะค่ะ" ฉันสำนึกผิด

    "ไม่เป็นไรครับ" พี่พุดหัวเราะ "ส่วนรูปที่ถ่ายไป ถ้าอยากได้ ก็มาเอาได้ที่พี่นะครับ"

    ฉันพยักหน้ารับ

 

 

    ปฏิบัติการที่ 4 (11:13น.)

    หลังจากที่สัมภาษณ์พี่พุดเสร็จ ฉันก็เดินมานั่งรับลมเล่นบนศาลาเรือนไทยที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่พบพี่พุดเท่า ไหร่นัก บริเวณนี้เงียบสงบและสวยงามมาก ไม่ค่อยมีเด็กนักเรียนเดินให้พลุกพล่านเท่าไหร่นัก อาจจะเป็นเพราะเวลานี้เด็กนักเรียนหลายๆคนคงจะไปอยู่ที่โรงอาหารหมดแล้วก็ เป็นได้

    ความเงียบสงบและความสวยงามของที่นี่ ดึงให้ฉันเคลิ้ม ฉันเริ่มหลับตาลงเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติ เสียงนกน้อยต่างๆนานาที่ร้องกัน เสียงใบไม้ขยับไหวไปตามสายลม กลิ่นของหญ้าจางๆลอยเข้าสู่จมูก สายลมเย็นพัดผ่านใบหน้า ไม่มีอะไรที่จะดีไปกว่านี้ได้อีกแล้ว

    'แต่เราจะมานั่งอยู่แบบนี้ไม่ได้หรอกนะ' ฉันนึกขึ้นในใจ

    'ใช่สิ นี่ก็เหลือแค่รุ่นพี่ผู้หญิงคนเดียวเอง รีบๆไปหารุ่นพื่ที่จะสัมภาษณ์ดีกว่า จะได้จบๆไป'

    พอนึกขึ้นได้ดังนั้น ฉันก็ลืมตาขึ้น และฉันก็ได้พบกับ...

    "ว่าไงเด็กใหม่" ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอนั่งอยู่ข้างๆฉัน และตอนนี้เธอกำลังยิ้ม ?

    "...-O-;;" ฉันค้าง

    "นั่งทำอะไรอยู่รึ?" เธอถามต่อ

    "นะ.. นั่งเล่นเฉยๆน่ะค่ะ" ฉันผ่อนความตกใจของตัวเองลง และหันไปพูดต่อว่า "แถวนี้บรรยากาศดีนะคะ"

    "นั่นสินะ" เธอเห็นด้วย

    ฉันหันไปมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าฉันอีกครั้ง เธออยู่ในชุดนักเรียนที่เหมือนชุดนักเรียน ม.ต้น และมีกระโปรงสีเทา! เคยเห็นมากสุดก็คงจะเป็นกระโปรงนักเรียนสีเขียว แต่นี่สีเทาน่ะสิ แปลกดีนะ ไม่เคยชุดนักเรียนที่ไหนเป็นแบบนี้เลยเลย

    "ชุดนักเรียนแปลกดีนะคะ" ฉันถามพร้อมกับสีหน้างุนงง

    "เดี๋ยวมันก็ไม่แปลกเองน่ะแหละ คึคึคึ"

    ฉันยกมือขึ้นมาเกาหัว คำตอบของผู้หญิงคนนี้มันทำให้ฉันรู้สึกมึนงงเล็กน้อย

    "นี่! ทำไมผมสีน้ำตาลอะ ทำสีหรอ?" เธอมองผมของฉัน

    ฉันพยักหน้างึกๆ

    "แล้วรู้รึเปล่า ว่าที่นี้เค้าห้ามทำสีผมน่ะ"

    ฉันพยักหน้าอีกครั้ง

    "แล้วไปทำ ทำไมอะ" เธอมองด้วยสายตาเอะใจ

    "ประสบการณ์ชีวิตน่ะค่ะ อยากลองดูซักครั้ง แต่ถ้าหากเข้าที่นี่ได้ก็คงจะต้องย้อมกลับ" ฉันยิ้มและพลางดึงปลายหางม้าของตัวเองมาม้วนกับนิ้วเล่น

    หลังจากที่ฉันตอบเสร็จ เธอก็หันมามองฉันด้วยสายตาที่ฉันไม่สามารถเข้าใจได้

    โครก คราก ~ ~~

    และจู่ๆเสียงท้องของฉันร้องขึ้น (น่าเกลียดมากมาย) ตามมาด้วยเสียงหัวเราะน้อยๆของพี่ผู้หญิงคนนั้น ก่อนที่เธอจะพูดขึ้น

    "จะไปโรงอาหารไหม เดี๋ยวพาไป"

    "ขอบคุณค่ะ แต่ว่าพอดีว่าเอาข้าวกล่องมาเองน่ะค่ะ" ฉันพูดพลางหยิบกล่องข้าวในกระเป๋าออกมา

    "ว้าว ~" เธอดูชอบใจ "โอะเบ็นโตะๆ" เธอพูดขึ้น

    "รู้ภาษาญี่ปุ่นด้วยหรอคะเนี่ย?" ฉันหันไปถามด้วยความสนใจ

    "พี่เรียนอยู่สายศิลป์-ญี่ปุ่นน่ะ" เธอตอบ

    "ว้าว หนูก็ลงสายศิลป์-ญี่ปุ่นไว้พอดีเลยหละค่ะ ^_^" ฉันยิ้มเฉ่ง

    "งั้นพยายามเข้าก็แล้วกันนะ รุ่นน้องในอนาคต" เธอยิ้มพร้อมชูนิ้วโป้ง

    สิ่งที่เธอพูด ทำให้ฉันยิ้ม เพราะฉันรู้สึกว่ามันเหมือนกับฉันได้รับคำอวยพรเล็กๆจากรุ่นพี่ผู้น่ารักคนนี้

    "ที่นี่มีครูเจ้าของภาษามาสอนไหมคะ?"

    "ไม่มีนะ"

    "งั้นหรอคะ..." ฉันผิดหวังเล็กน้อย

    "แต่ครูที่นี่ค่อนข้างมีความรู้และประสบการณ์มากนะ แถมยังหนุ่มสาวๆกันทั้งนั้น เจ๋งไม่แพ้กันหรอกน่า" เธอพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่

    และแล้วพวกเราก็วกกลับเข้ามาคุยกับเรื่อง กล่องข้าว ข้าวกล่อง กันอีกครั้ง โดยตอนที่เราคุยกันนั้น เราได้เปลี่ยนประสบการณ์ต่างๆที่เรามีเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่นไปด้วยกัน และแล้วพี่เขาก็ขอตัว

    "เริ่มๆหิวแล้วเหมือนกันแฮะ" เธอลูบท้อง "งั้นพี่ไปก่อนนะ"

    ในขณะที่ฉันกำลังจะยกมือขึ้นมาโบกลาเธอนั้น ฉันก็นึกขึ้นมาได้ว่า ฉันยังไม่รู้จักชื่อพี่เขาเลย ทั้งๆที่ก็นั่งคุยกันมาตั้งนาน ฉันจึงรีบพูดขึ้น

    "เดี๋ยวก่อนค่ะ! ว่าแต่พี่ชื่ออะไรหรอคะ"

    "อ่อ.. พี่ชื่อหยินน่ะ" เธอยิ้ม "แล้วเราหละ ชื่ออะไร"

    "หนูชื่อโชโกะค่ะ หรือพี่จะเรียกหนูว่าชาก็ได้ ^____^" ฉันยิ้มกว้างกลับไปให้เธอ "และหวังว่าเราจะได้พบกันอีกนะคะ ในโรงเรียนแห่งนี้"

     เธอยิ้ม ก่อนที่จะพูดประโยคสุดท้ายว่า "^_^ พี่ชอบเครื่องอัดเสียงนั่นนะ"

    ซึ่งมันทำให้ฉันรู้ว่า ฉัน ลืม ลืม ลืม ลืม ลืม ลืม ลืม ลืม ลืม และก็ ลืม ลืมทำทุกอย่างเลย ตั้งแต่อัดเสียง ขอชื่อ จดเวลาเริ่มสัมภาษณ์ ภาพในหัวฉันตอนนี้คือฉันนั่งลงไปคุกเข่าอยู่ที่พื้น และท้องฟ้าเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำดำอย่างรวดเร็ว รอบๆข้างกลายเป็นสีดำ และฟ้าผ่าลงมากลางหัวของฉัน

    ฉันเริ่มตั้งสติและคิดกับตัวเองใหม่ว่า..

    'ไม่เป็นไรหรอก ก็ทั้งหมดมันอยู่ในนี้หมดแล้ว..' 

Comment

Comment:

Tweet